เข่าทรุด!! หลังภรรยาเสียชีวิต ผมตัดสินใจแต่งงานใหม่ พาภรรยาใหม่ไปเยี่ยมแม่ภรรยาเก่า ก่อนเปิดประตูเห็นภาพตรงหน้า ร้องไห้จนไม่มีน้ำตา

11 มกราคม 2018 | บันเทิง

เมื่อไม่นานมานี้เว็บไซต์ต่างประเทศได้นำเสนอเรื่องราวของชาวเน็ตท่านหนึ่ง โดยเรื่องราวมีอยู่ว่า.. ตอนแรกผมมีครอบครัวที่สมบูรณ์มีความสุขมาก ภรรยามีความรู้ความสามารถ ลูกสาวฉลาดน่ารัก แม้ว่าเราจะไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แต่ก็มีความสุข

พื้นที่โฆษณา

เนื่องจากอาชีพการงานทำให้ผมได้มีโอกาสไปทำงานที่ต่างประเทศครั้งนึง บริษัทส่งผมไปดูไบในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค มันเป็นโอกาสที่ผมจะได้หาเงินได้อย่างมาก เพราะเงินเดือนที่นู่นจะเป็น 8 เท่าของที่นี่ เป็นเวลา 1 ปี เพื่อที่จะทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของที่บ้านดีขึ้น ให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น ผมก็เลยคว้าโอกาสนี้เอาไว้

ในประเทศที่ห่างออกไปอีกซีกโลกหนึ่ง ผมไม่รู้จักใคร ผมทุกข์ทรมานจากการคิดถึงบ้านและคนรักมาก ก็เลยเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทให้กับงาน ตอนแรก ผมจะโทรกลับบ้านทุกๆ 3 วัน ต่อมางานยุ่งมาก็เลยกลายเป็นสัปดาห์ละครั้ง พร้อมๆกับภรรยาที่มารับโทรศัพท์น้อยลง กลายเป็นลูกสาวรับแทนตลอด ผมรู้สึกสงสัยและกังวล แต่ความสงบของลูกสาวก็ทำให้ผมคลายกังวลลงไปได้

แล้วในที่สุดผมก็ทำงานครบกำหนดเวลา ผมขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้ากลับบ้านเกิด พอเปิดประตูเข้าไปในบ้านผมก็ต้องตะลึง ในห้องโถงมีภาพหน้าศพของภรรยาตั้งอยู่ พ่อแม่เมียผมบอกว่า เธอป่วยเสียไปได้ครึ่งปีแล้ว เพื่อที่จะไม่ให้ผมต้องเป็นกังวล เธอไม่ยอมบอกผม จนกระทั่งเสียชีวิตไป

นั่นเป็นความเจ็บปวดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่ต้องสูญเสียภรรยาไป ฉันจมอยู่ในความเศร้าโศกทั้งวันไม่สามารถดึงตัวเองออกมาได้ ทั้งพ่อแม่ผมและพ่อแม่เธอให้กำลังใจ บอกให้ผมยืนขึ้นมาเพื่อลูก ผมยังต้องมีชีวิตต่อไป เมื่อเห็นแม่ภรรยาผมขาวที่เจ็บปวดไม่แพ้กันมาให้กำลังใจ ผมก็รู้สึกฮึดขึ้นมา และค่อยๆดึงตัวเองออกมาจากความทุกข์ได้

พื้นที่โฆษณา

แม่ภรรยาบอกผมตลอดว่า เพื่อให้ลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ ท่านอยากให้ผมแต่งงานใหม่ หลังภรรยาเก่าเสียชีวิตไปได้หนึ่งปี และการกระตุ้นของแม่แฟนเก่า ทำให้ผมแต่งงานใหม่ เธอเคยเป็นเพื่อนสมัยม.ต้น พวกเราเจออะไรมาคล้ายๆกัน เมื่อ 2 ปีก่อนสามีของเธอก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต เหลือแค่เธอกับลูกสาว

พวกเราจัดงานแต่งง่ายๆโดยแค่เชิญญาติมากินข้าว วันนั้นแม่ภรรยาเก่าก็มาร่วมงาน ท่านดูนิ่งไป ผมเข้าใจความรู้สึกของท่าน ผมกับภรรยาเดินไปเคารพท่าน แล้วสัญญาว่า : “แม่จะเป็นแม่ของผมตลอดไป ผมกับภรรยาจะกตัญญูต่อแม่” ท่านน้ำตาไหล…

ผมกับภรรยาคุยกันแล้ว : อีกหน่อยเธอจะมีบ้านแม่ 2 บ้าน วันหนึ่งผมกับภรรยากลับไปบ้านแม่ภรรยาเก่า บ้านท่านอยู่ต่างจังหวัด เป็นบ้านธรรมดาๆ ผมไปถึงหน้าบ้าน เห็นประตูหน้าเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง ก็เลยดันเข้าไป ในห้องรับแขกไม่มีใคร ผมก็เลยเดินเข้าไปในห้องนอน แล้วสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้าก็ทำให้ผมต้องตะลึงนิ่งอึ้งไป สมองผมว่างเปล่าไปหมด: ภรรยาเก่าของผมยังมีชีวิตอยู่ เธอนอนอยู่บนเตียง

ที่แท้หลังจากผมเดินทางไปดูไบได้ไม่นาน ภรรยาก็เริ่มป่วยเป็นโรคอะไมโอโทรฟิก แลเทอรัล สเกลอโรซิส (amyotrophic lateral sclerosis (ALS) ซึ่งเป็นโรคเสื่อมของระบบประสาทชนิดหนึ่ง ทำให้เธอค่อยๆสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวจนเสียชีวิตในที่สุด หลังเริ่มมีอาการ โรคของเธอก็เลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว แค่ครึ่งปีกว่าเธอก็กลายเป็นอัมพาตต้องนอนบนเตียง เธอรู้ว่าโรคนี้อาการหนักแค่ไหน กลัวว่าจะเป็นภาระผม เธอกับแม่ของเธอและพ่อแม่ผมก็เลยร่วมมือกันปิดบัง แล้วหลอกผมว่าเธอตายไปแล้ว ให้ผมไปเริ่มต้นชีวิตใหม่

เมื่อได้รู้เรื่องราวทั้งหมด ผมทนไม่ไหวเข้าไปกอดภรรยาที่นอนป่วยอยู่บนเตียงร้องไห้โฮ ภรรยาตบบ่าผมเบาๆก่อนจะออกจากห้องไป สุดท้าย ภรรยาและผมก็ตัดสินใจรับภรรยาเก่ามาดูแลที่บ้าน ไม่ว่าเธอจะเหลือเวลาอีกนานเท่าไหร่ และไม่ว่ามันจะเป็นภาระสักแค่ไหน พวกเราจะอยู่ข้างๆเธอแล้วผ่านมันไปด้วยกัน ชาติที่แล้วผมทำบุญไว้มากแค่ไหน ชาตินี้ถึงมีผู้หญิงถึงสองคนทุ่มเทเพื่อผมขนาดนี้ นับจากวันนี้ไป ผมจะทะนุถนอมทุกๆ คนที่อยู่ข้างกาย

พื้นที่โฆษณา

แสดงความคิดเห็นด้วย Facebook